วิธีเดินทางด้วยการเช่ารถที่ญี่ปุ่น

ขั้นตอนการรับรถ

/Users/pitichampeethong/Desktop/Screen Shot 2559-12-20 at 4.57.05 PM.jpg

ขั้นตอนการใส่จุดหมายปลายทางด้วยหมายเลขโทรศัพท์

/Users/pitichampeethong/Desktop/Screen Shot 2559-12-20 at 5.04.58 PM.png

มีสถานีเติมน้ํามันอยู่สองประเภท

ป้ายสัญลักษณ์ของสถานีน้ํามันหลักๆ ในประเทศญี่ปุ่น

มีสถานีเติมน้ํามันอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือ “บริการเต็มรูปแบบ” หมายถึง สถานีเติมน้ํามันที่มีพนักงานคอยบริการ และเติม น้ํามันให้ และประเภทที่สองคือ “บริการตัวเอง” หมายถึงสถานีเติมน้ํามันท่ีคุณต้องเติมน้ํามันให้ รถของคุณเองโดยอัตราค่าน้ํามัน ของสถานีเติมน้ํามันประเภทบริการตัวเองนั้นจะถูกกว่าเล็กน้อย ณ สถานีเติมน้ํามันที่มีพนักงานบริการคุณเพียง แค่บอกประเภท ของน้ํามันและปริมาณที่ต้องการแก่พนักงาน (อาจจะบอกเป็นจํานวนลิตรหรือบอกว่าต้องการเติมกี่เยน) ถ้าคุณต้องการเติมน้ํามัน เต็มถัง ให้พูดคําว่า “มัน-ตัง” (満タン แปลว่า เต็มถัง) พนักงานก็จะเติมน้ํามันให้ และอาจจะมีบริการเสริมเช่น เช็ดกระจก รถยนต์ เป็นต้น บาง คร้ังคุณอาจจะได้รับแผนท่ีหรือกระดาษชําระอีกด้วย

/Users/pitichampeethong/Desktop/Screen Shot 2559-12-20 at 5.14.54 PM.png

วิธีเติมน้ำมันด้วยตัวเอง

/Users/pitichampeethong/Desktop/Screen Shot 2559-12-20 at 5.16.50 PM.png

/Users/pitichampeethong/Desktop/Screen Shot 2559-12-20 at 5.21.20 PM.png

/Users/pitichampeethong/Desktop/Screen Shot 2559-12-20 at 5.21.35 PM.png

/Users/pitichampeethong/Desktop/Screen Shot 2559-12-20 at 5.22.17 PM.png /Users/pitichampeethong/Desktop/Screen Shot 2559-12-20 at 5.22.44 PM.png

ขั้นตอนการคืนรถยนต์

ผู้ที่เช่ารถยนต์จําเป็นที่จะต้องคืนรถที่บริษัทตามที่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่แรก และคืนสัญญาเช่าให้แก่พนักงานที่สํานักงานของบริษัท ที่ให้บริการรถเช่า ขั้นตอนการคืนรถยนต์จะเสร็จสิ้นหลังจากที่ผู้เช่าได้ชําระค่าบริการส่วนที่เกินเวลาอัตราค่าเช่าพื้นฐาน และตรวจสอบรอยขีดข่วนและรอยที่เกิดจากการชนหรือการกระแทก

../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%205.48.32%20PM.pn

กฎจราจรที่ควรทราบ

../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%205.57.03%20PM.pn

../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%205.56.41%20PM.pn

../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%205.58.55%20PM.pn

../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%205.59.12%20PM.pn

../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%205.59.26%20PM.pn ../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%206.01.23%20PM.pn ../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%206.04.09%20PM.pn ../../../../../Desktop/Screen%20Shot%202559-12-20%20at%206.05.07%20PM.pn

22 กฎการขับรถในประเทศญี่ปุ่น

1. ใบขับขี่สากล เมื่อวีซ่าคุณไม่เกิน 90 วัน สามารถใช้ได้ตามปกติ แต่กรณีวีซ่ามากกว่านั้นเช่น “วีซ่านักเรียน” การใช้ใบขับขี่สากลจะซับซ้อนขึ้นมาอีก คือ
กรณีที่คุณ กลับไทยชั่วคราว ไม่เกิน3เดือน เพื่อมาต่ออายุใบขับขี่สากล กรณีนี้ ใบขับขี่สากลจะไม่สามารถใช้ได้ ข้อนี้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ หรือร้านเช่ารถก็ไม่ทราบกันพอสมควร ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น ประกันมีโอกาสไม่จ่ายสูงมาก
2. ญี่ปุ่นไม่มีเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสัญญาณไฟจราจร ดังนั้น เวลาเลี้ยวซ้าย รอสัญญาณไฟเท่านั้น (เว้นแต่มีป้ายบอก ซึ่งน้อยมาก ๆ)
3. กรณีสี่แยกไฟแดง โดยปกติที่นี่จะเปิดไฟเขียวพร้อมกันทั้งสองฝั่ง ซึ่งถ้าเราจะเลี้ยวซ้าย สามารถทำได้เลย แต่ต้องดูคนข้ามทางม้าลายด้วย ส่วนการเลี้ยวขวา คุณสามารถขยับรถไปรอกลางสี่แยก เมื่อไม่มีรถวิ่งสวนทางมา ก็สามารถเลี้ยวขวาได้เลย (เช่นกัน ระวังคนข้ามถนนด้วย)
4. จากข้อ 3 จะมีบางแยกที่เปิดไฟเขียวทางตรง แต่จะมีไฟแดงข้าง ๆ อีกอัน นั่นแปลว่าไม่สามารถเลื่อนรถเพื่อไปรอเลี้ยวได้
5. การกลับรถตามสี่แยกไฟแดง ถ้าไม่มีป้ายห้าม สามารถทำได้ (หลักการไฟจราจรเดียวกับเลี้ยวขวา) แต่ไม่ค่อยแนะนำ เพราะถนนแคบ โอกาสเลี้ยวไม่พ้นสูง
6. ในกรณีไฟเขียวที่สี่แยกตอนรถติด ถ้าขับไปแล้วจะไปจอดขวางกลางสี่แยก คนญี่ปุ่น(ส่วนมาก)จะไม่ทำเค้าจะเลื่อนไปข้างหน้าก็ต่อเมื่อมั่นใจว่ารถจะไม่ไปขวางการจราจร
7. ไฟจราจรที่นี่ ไม่มีนับเวลาหรือกะพริบ จากเขียว – เหลือง – แดง เลย
8. ทางม้าลาย ส่วนใหญ่จะมีไฟจราจรไว้ให้คนข้ามกดปุ่ม แต่ถ้าอันไหนที่ไม่มี หยุดได้ก็ควรหยุด แต่ถ้ามาเร็ว หรือตามคันหน้ามา จะไม่หยุดก้ไม่เป็นไร (แต่ถ้าชน คุณผิดนะ)
เพิ่มเติมนิดนึง ที่นี่คนเดินถนนใหญ่สุดครับ ถึงแม้ว่าคนเดินจะข้ามถนนไม่ตรงที่ข้ามก็ตาม รึข้ามถนนทั้งๆที่ไฟแดง ถึงจะไม่ถูกต้องก็ตาม แต่เมื่อถ้าขับรถไปชนแล้วยังไงๆ รถก็ผิดหมด แต่ค่าเสียหายรึชดเชยอาจจะไม่แพงเท่ากรณีไปชนคนตรงที่ข้าม
9. การขับไปแทรกตรงคอสะพาน แน่นอนว่าที่นี่ถือว่าไม่มีมารยาท แต่ในกรณีที่มาผิดเลน แล้วต้องเข้าจริง ๆ คนญี่ปุ่นก็ให้ทาง (อย่างไรก็ตาม เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง) เมื่อเข้าเลนได้แล้ว ธรรมเนียมคือ เปิดไฟฉุกเฉิน สัก 2-3 ครั้ง เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ (กรณีนี้ใช้กับการเปลี่ยนเลน หรือการที่เราจะออกมาจากซอย แล้วมีรถหยุดเพื่อให้เราได้ออกด้วย)
10. เมื่อเจอแยกที่ไม่มีไฟแดง หรือเวลาจะขับรถออกจากซอย จะมีป้ายหรือตัวอักษรที่พื้นว่า 止まれ (tomare) = Stop ซึ่งเมื่อเจอ ต้องหยุดรถให้สนิท มองซ้าย-ขวา (ไม่หยุดถือว่าผิดกฏจราจร) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุชนกับจักรยานหรือคนเดินเท้า หลังจากนั้นจึงจะสามารถเคลื่อนรถเพื่อรอเลี้ยวหรือผ่านแยก
11. ทางรถไฟ ก่อนข้าม ต้องหยุดให้สนิท แล้วมองซ้าย-ขวา จึงค่อยเคลื่อนรถผ่านไป (ไม่หยุดถือว่าผิดกฏจราจร)
12. ในโตเกียว การจอดรถติดเครื่องยนต์ไว้ถือว่าผิดกฏหมาย
13. ส่วนการจอดรถ ริมถนนเกือบทุกที่ ห้ามจอด (จอด = ดับเครื่อง ลงรถ) แต่สามารถหยุดรถเพื่อให้คนข้าง ๆ ลงไปซื้อของ ฯลฯ (อย่างไรก็ดูรอบ ๆ ไม่ให้เกะกะการจราจรด้วย) การจอดรถให้ใช้บริการ coin parking จะดีที่สุด
14. โดยปกติจะมีป้ายบอกความเร็วติดอยู่ทั่วไป แต่ถ้าไม่มี สำหรับถนนทั่วไป สองเลนวิ่งสวนกัน และ สำหรับถนนที่มีที่กั้นตรงกลางได้ 60 km/h ครับ (โดยปกติสามารถยืดหยุ่นได้อีกประมาณ +10)
15. ส่วนความเร็วสูงสุด บนทางด่วนระหว่างเมืองคือ 100 km/h (แต่ความเร็วที่จะโดนกล้องถ่ายคือ 120 ขึ้นไป) ส่วนทางด่วนในเมือง เช่น Shutoko จะ 60 km/h อย่างไรก้ตาม ทางด่วน 4 เลน เส้นเล็ก ๆ เช่น odawara จะจำกัดที่ 70
16. โดยทั่วไป ก่อนจะมีกล้องจับความเร็ว จะมีป้ายสีน้ำเงินบอกล่วงหน้า 速度取締り แต่อาจมีกรณีที่รถตำรวจนอกเครื่องแบบ覆面パトカー (ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับความเร็ว) ตามมาหยุดรถคุณได้ ถ้าพบว่าคุณขับเร็วกว่าที่กำหนด
17. การจ่ายค่าทางด่วน จะมี 2 แบบ คือ จ่ายครั้งเดียว ราคาคงที่ (ทางด่วนในเมือง) กับ รับตั๋ว แล้วไปจ่ายตอนออก (ทางระหว่างเมือง) กรณีที่มีบัตร ETC ให้นำบัตรเสียบกับเครื่องอ่านที่ติดอยู่กับรถเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าเลน ETC (สีม่วง) ได้นอกเหนือจากนั้นเข้าช่อง 一般 (สีเขียว) เท่านั้น
18. การขับบนทางด่วน งขวาได้ แต่ห้ามวิ่งตลอด เพราะว่า เลนขวาสุด คือทางของรถฉุกเฉิน เช่น รถพยาบาล รถดับเพลิ่งที่จะใช้ผ่าน ถ้าคุณวิ่งตลอดถือว่าผิดกฏหมาย
เพิ่มเติม ไหล่ทางห้ามขับทุกกรณี ไว้กรณีรถเสีย/ฉุกเฉินเท่านั้น
19. การใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ ผิดกฏหมายครับ ติดไฟแดงอยู่ก็ห้ามใช้
20. ถ้าขับบนทางด่วน ต้องคาดเข็มขัดทุกที่นั่งค่ะ เบาะหลังก็ต้องคาด
21. เวลากลางคืน เมื่อจอดติดไฟแดง (โดยเฉพาะรถเราเป็นคันหน้าสุด) คนญี่ปุ่นจะปิดไฟหน้า เพื่อไม่ให้แยงตาคนอื่น
22. เวลาเราจะเลี้ยวขวาเข้าซอย ถ้ารถฝั่งตรงข้ามชะลอ แล้วเปิดไฟสูง แปลว่าเค้าให้เราไปก่อน แต่ถ้าเปิดไฟสูง แต่เร่งมา แปลว่าไม่ให้ ดูบริบทให้ดีๆ

กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

แต่หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นมาก็ขอให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ช่วยเหลือผู้ที่บาดเจ็บ
พยายามปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเท่าที่จะทำได้ หากบาดเจ็บหนักจนไม่ได้สติ อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปไหน ให้เรียกรถพยาบาลทันที (โทร:เบอร์ 119)
2. ย้ายรถไปจอดในที่ปลอดภัย
ขอให้ทำการย้ายรถไปจอดในที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้อน
3. ติดต่อตำรวจ
ติดต่อหาตำรวจทันที (โทร:เบอร์110) หากไม่แจ้งตำรวจไว้จะไม่ได้ 「บันทึกหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์」 ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการเรียกร้องการจ่ายเงินค่าชดเชยจากประกันภัย
4. ติดต่อไปยังบริษัทประกันภัย
ติดต่อไปยังบริษัทที่ตนเองได้ทำประกันไว้อยู่ ขั้นตอนการชดเชยให้แก่คู่กรณีให้กระทำผ่านบริษัทประกันภัย อย่าสัญญากับคู่กรณีว่า 「จะจ่ายค่ารักษา ค่าซ่อมให้」 โดยไม่ได้รับการยินยอมจากบริษัทประกันโดยเด็ดขาด เพราะเคยมีกรณีที่ในภายหลังไม่ได้รับเงินค่าประกันเช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นแล้วยังอยู่ในอาการตระหนกจนไม่รู้จะ ต้องทำอย่างไร ผู้ประสบเหตุอาจจะเอาแต่ตอบรับว่า 「ค่ะ/ครับ」 ไปเสียทุกเรื่อง แต่กรณีเช่นนี้ขอให้ตั้งสติให้ดี แล้วตอบคู่กรณีไปว่า 「ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมนั้นจะขอเช็คกับทางประกันภัยก่อน」 หรือ 「จะให้ตัวแทนจากบริษัทประกันติดต่อไป」 เพียงเท่านั้น จากนั้นให้จดชื่อ ที่ติดต่อ หมายเลขทะเบียนรถของคู่กรณีเอาไว้

หากไม่มีประกันภัยภาคสมัครใจ การจัดการทั้งหมดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นจะตกอยู่กับตนเอง รวมถึงการกำหนดสัดส่วนความผิดหรือจำนวนเงินค่าเสียหายอาจตกอยู่กับคู่กรณี แต่เพียงฝ่ายเดียวได้ ดังนั้นในกรณีที่จะขับขี่รถยนต์จึงขอให้มีการทำประกันภัยภาคสมัครใจไว้ด้วย

Facebook Comments
(Visited 9 times, 1 visits today)
kanomcakez

ประธานฝ่ายบริหาร และผู้ก่อตั้ง ชื่นชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เดินทางต่างแดนเมื่อไหร่ ได้เพื่อนต่างชาติกลับมาทุกครั้ง โดยเฉพาะเพื่อนคนญี่ปุ่น ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรม การใช้ชีวิต และเดินทางท่องเที่ยวด้วยกัน ตลอดระยะเวลา 10 ปี